กล่องข้อความ: สถานีตำรวจภูธรทับคล้อ
กล่องข้อความ: ตำรวจเป็นมิตร  ที่ดีต่อประชาชน

เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

           สิทธิของประชาชนในการที่จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

***************

                                  นับตั้งแต่ที่ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นระบอบประชาธิปไตย (ปี พ.ศ.2475-2539) ยังไม่มีกฎหมายฉบับใดที่ได้รับรองสิทธิของประชาชนในการที่จะได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการไว้เป็นการเฉพาะ  ในบางครั้งทำให้ประชาชนขาดโอกาสในการที่จะได้รับรู้ถึงข่าวสารต่าง ๆ ของทางราชการที่มีผลกระทบต่อสิทธิและหน้าที่โดยตรงของประชาชน      ซึ่งอาจจะเป็นช่องทางที่เปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคลบางกลุ่มบางพวกชิงความได้เปรียบทางสังคมแสวงหาผลประโยชน์แบบไม่เป็นธรรมให้กับกลุ่มพวกพ้องของตนเอง             ยังผลก่อให้เกิดการเสียเปรียบหรือเสียโอกาสต่อบุคคลทั่วไปที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของทางราชการ เช่น การเปิดประมูล การจัดซื้อจัดจ้าง สัญญาสัมปทานต่าง ๆ เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบางรายแสวงหาผลประโยชน์อันมิควรได้ ส่อไปในทางทุจริตก่อให้เกิดผลเสียต่อหน่วยงานและประเทศชาติในภาพรวม  จนกระทั่งปี พ.ศ. 2540 ทางรัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้และหาทางแก้ไข ช่องทางหนึ่งที่ได้นำมาปฏิบัติได้แก่ การตราเป็นพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ  ได้แก่ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540  ได้รับรองถึงสิทธิของประชาชนในการที่จะได้รับรู้รับทราบถึงข้อมูลข่าวสารในด้านต่าง ๆ ของทางราชการ อันมีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อประชาชนทั่วไป โดยการบัญญัติให้ภาคส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่อยู่ในความดูและรับผิดชอบตามมาตรา 7 มาตรา 8 และ มาตรา 9  ไว้ประจำส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้ประชาชนได้เข้าตรวจดูด้วยตนเองได้สะดวกและรวดเร็ว  เว้นแต่เป็นข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผยตามมาตรา 14 และมาตรา 15 อันได้แก่ข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ ต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของบุคคลใด หรือจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควรฯ  จะเปิดเผยมิได้  เป็นต้น

ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ  คืออะไร ?......

***********************

                                  ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 ได้ให้ความหมายของคำว่า “ข้อมูลข่าวสารของราชการ”  หมายความว่า  ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครอง หรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐ หรือข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเอกชน ซึ่งคำว่า “หน่วยงานของรัฐ” หมายถึง ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ส่วนราชการสังกัดรัฐสภา  ศาลเฉพาะในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี องค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพ   หน่วยงานอิสระของรัฐ และหน่วยงานอื่นตามที่กฎหมายกำหนด………..

ประเภทของข้อมูลข่าวสารของทางราชการที่ประชาชนมีสิทธิเข้าขอตรวจดูได้

*********************

                                  มาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของทางราชการอย่างน้อยดังต่อไปนี้ไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการกำหนด คือ

                                  (1) ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อประชาชน รวมทั้งความเห็นแย้งและคำสั่งที่

เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัยดังกล่าว

                                  (2) นโยบายหรือการตีความที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7(4)

                                  (3) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ

                                  (4) คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งมีผลกระทบถึงสิทธิหน้าที่ ของเอกชน

                                  (5) สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างอิงถึงมาตรา 7 วรรคสอง

                                  (6) สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ

                                  (7) มติคณะรัฐมนตรี หรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมาย หรือโดยมติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ ให้ระบุรายชื่อรายงานทางวิชาการ รายงานข้อเท็จจริง หรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาให้ในการพิจารณาไว้ด้วย

                                  (8) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

                                  ข้อมูลข่าวสารที่จัดให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ดังกล่าวมาแล้ว ถ้ามีส่วนที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยตามมาตรา 14 หรือมาตรา 15 อยู่ด้วย ให้ลบหรือตัดทองหรือทำโดยประการอื่นใดที่ไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าว-สารส่วนนั้น

                                  บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดู ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่งได้  ในกรณีที่สมควรหน่วยงานของรัฐโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ จะวางหลักเกณฑ์เรียกค่าธรรมเนียมในการนั้นก็ได้ ในการนี้ให้คำนึงถึงการช่วยเหลือผู้มีราย-ได้น้อยประกอบด้วย ทั้งนี้ เว้นแต่จะมีกฎหมายเฉพาะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

                                  คนต่างด้าวจะมีสิทธิตามมาตรานี้เพียงใดให้เป็นไปตามที่กำหนในกฎกระทรวง

ถ้าต้องการขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารจะดำเนินการอย่างไร ?…

******************

                                  ประชาชนทั่วไปมีสิทธิเข้าขอตรวจดูข้อมูลข่าวสารที่ต้องการตามมาตรา 9  ได้ที่หน่วยงานของรัฐ โดยยื่นเป็นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตามมาตรา 11 กำหนดให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐรับผิดชอบจัดหาข้อมูลข่าวสารนั้นให้แก่ผู้ขอภายในเวลาอันสมควรเว้นแต่ผู้นั้นขอจำนวนมาก หรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร  ถ้าข้อมูลข่าวสารที่ผู้ยื่นคำขอดังกล่าว ไม่อยู่ในความควบคุมดูแลของ-

หน่วยงานของรัฐที่ยื่นหรืออยู่ในความควบคุมดูแลของรัฐแห่งอื่น  มาตรา 12 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่รับคำขอให้คำแนะนำเพื่อไปยื่นคำขอต่อหน่วยงานของรัฐที่ควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารนั้นโดยไม่ชักช้า

                                  ถ้าหน่วยงานของรัฐผู้รับคำขอเห็นว่าข้อมูลข่าวสารที่มีคำขอเป็นข้อมูลข่าวสารที่จัดทำโดยหน่วยงานของรัฐแห่งอื่น และได้ระบุห้ามการเปิดเผยไว้ตามระเบียบที่กำหนดตามมาตรา 16 ให้ส่งคำขอนั้นให้หน่วยงานขอรัฐผู้จัดทำข้อมูลข่าวสารนั้นพิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป

ถ้ายื่นคำขอแล้วไม่ได้รับความสะดวกจะดำเนินการเช่นไร ?…..

****************

                                  ตามาตรา 13   ผู้ใดเห็นว่าหน่วยงานของรัฐไม่จัดพิมพ์ข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 7 หรือไม่จัดทำข้อมูลข่าวสารไว้ให้ประชาชนตรวจดูได้ตามมาตรา 9 หรือไม่จัดหาข้อมูลข่าวสารให้แก่ตนตามมาตรา 11 หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า หรือเห็นว่าตนไม่ได้รับความสะดวกโดยไม่มีเหตุอันสมควร  ผู้นั้นมีสิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร เว้นแต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการมีคำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตามมาตรา 15 หรือคำสั่งไม่รับฟังคำคัดค้านตามมาตรา 17 หรือคำสั่งไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามมาตรา 25

                                  ในกรณีที่มีการร้องเรียนต่อคณะกรรมการตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องเรียน  ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้ขยายเวลาออกไปได้ แต่ต้องแสดงเหตุผลและรวมเวลาทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินหกสิบวัน……….

************************

หากตรวจดูข้อมูลข่าวสารแล้วพบว่ามีข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลในส่วนของตนเองส่วนหนึ่งส่วนใดที่ไม่ถูกต้องจะดำเนินการอย่างไร ?.............

การแก้ไขข้อมูล
บุคคลมีสิทธิยื่นคำขอเป็นหนังสือขอให้หน่วยงานของรัฐที่ควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนเพื่อขอให้ดำเนินการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือลบข้อมูลข่าวสารส่วนที่เห็นว่าไม่ถูกต้องตามที่เป็นจริงได้ (มาตรา 25 วรรคสาม)

          หากตรวจดูข้อมูลข่าวสารแล้วพบว่ามีข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลในส่วนของตนเองส่วนหนึ่งส่วนใดที่ไม่ถูกต้องก็สามารถที่จะยื่นคำขอให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการแก้ไขได้ ถ้าหน่วยงานของรัฐไม่แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสารให้ตรงตามที่มีคำขอ  ผู้ที่ยื่นคำขอก็มีสิทธิที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำสั่งไม่ยินยอมแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือลบข้อมูลข่าวสาร

       กรณีที่เจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ คนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ หรือเป็นเจ้าของข้อมูลที่ถึงแก่กรรมแล้ว  กฎหมายกำหนดให้บุคคลตามที่กฎกระทรวงกำหนดใช้สิทธิในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล การขอตรวจสอบและการขอให้มีการแก้ไขแทนได้ (มาตรา 25 วรรคห้า)

          เช่น  ในกรณีที่มีผู้ถึงแก่กรรมและไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้   ให้บุคคลที่กฎหมายกำหนดตามลำดับต่อไปนี้ใช้สิทธิแทน
                   (1) บุตรชอบด้วยกฎหมาย
                   (2) คู่สมรส
                   (3) บิดาหรือมารดา
                   (4) ผู้สืบสันดาน
                   (5) พี่น้องร่วมบิดา มารดา

************************

 

สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ

ที่อยู่ :  ชั้น 4 อาคารสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร 10300

โทรศัพท์ : 0-2281-8552 , 0-2282-1366

โทรสาร :   0-2281-8543

E-Mail Address : infothai@oic.thaigov.go.th

Website : http://www.oic.thaigov.go.th/ginfo

 

สนับสนุนข้อมูลโดย :  ศูนย์ข้อมูลข่าวสารสถาตำรวจภูธรทับคล้อ  จังหวัดพิจิตร

โทรศัพท์ : 0 - 5665 – 4544, 0 – 5664 - 1399